กระบวนการจัดการเรียนรู้และการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

การวิจัย (Research) พรบ. การศึกษา พ.ศ. 2542 แก้ไข 1 พ.ศ. 2554ปรัชญา (Phllosophy)วิธีการแสวงหาความจริงตามแนวคิดการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ความสำคัญต่อการทำวิจัยปรัชญาการวิจัย→ปรัชญาประยุกต์เป็นแนวทางในการเก็บรวบรวมคำตอบและตอบคำถามการวิจัยให้ระเบียบวิธีวิจัยที่หลากหลายป้องกันการใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ไม่ถูกต้องวิชาที่ว่าด้วยการค้นคว้าความจริงหรือความรู้ด้วยกระบวนการที่เชื่อถือได้ปรัชญา = วิชาที่ว่าด้วยหลักความรู้และหลักความจริงปฎิฐานนิยมปรากฏการณ์นิยมเชื่อว่าข้อเท็จจริงทางสังคมเป็นไปตามกฏธรรมชาติพิสูจน์ด้วยกฏธรรมชาติเชื่อว่าสังคมมนุษย์เคลื่อนไหวตลอดเวลาไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามกฏธรรมชาติข้อเท็จจริงเกิดขึ้นเพราะอิทธิพลทางสังคมการวิจัย = การศึกษาค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบข้อมูลเชิงประจักษ์กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้แสวงหาหลักฐานที่ปรากฏทดสอบสมมติฐาน/ทฤษฎีที่มีอยู่แล้ววิธีแสวงหาความรู้แบบอนุมาน/นิรนัยแบบอุปมาน/อุปนัยใหญ่→เล็กเล็ก→ใหญ่วิจัยเชิงปริมาณทฤษฎีสมมติฐานเก็บข้อมูลสกัดเหตุผล/สร้างข้อมูลสรุปผลยืนยันปฎิฐานนิยมวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลหลายกรณีศึกษาวิเคราะห์ประมวลใคร่ครวญประมวลเหตุผลสร้างสมมติฐานสรุปสร้างทฤษฎีปรากฏการณ์นิยมปัญหาการวิจัยปัญหาการวิจัยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ใช้วิธีการแสวงหาความรู้ใหม่และสร้างสมมติฐานใหม่เน้นข้อมูลด้านความรู้สึกนึกคิด โลกทัศน์และความหมายเน้นข้อมูลเชิงประจักษ์การวิจัยแบบผสม (Mixed Method)กระบวนการหาวิธีการใหม่ ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการสอนในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ตรงตามเป้าหมายการเรียนรู้ และปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนของผู้สอนอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนบางกลุ่มเพื่อทำสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนฝึกการคิด การวางแผน การดำเนินงาน และหาเหตุผลโดยบูรณาการเพื่อให้เกิดประสบการณ์กับการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงขั้นตอนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ขั้นที่ 1 ทบทวนกระบวนการสอน เพื่อค้นหาปัญหาการวิจัย เรียงลำดับจากความรุนแรงและความเร่งด่วนของปัญหาขั้นที่ 2 กำหนดปัญหาที่ต้องการทำและวัตถุประสงค์ขั้นที่ 3 ศึกษางานวิจัยต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางจะทำให้เกิดกรอบความคิดวิจัยที่ชัดเจนขั้นที่ 4 เลือกวิธีการวิจัยที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยขั้นที่ 5 ทําความเข้าใจลักษณะข้อมูล และแหล่งข้อมูลขั้นที่ 6 จัดเตรียมวิธีการ / เครื่องมือที่จะใช้เก็บรวบรวมข้อมูลขั้นที่ 7 วิเคราะห์ข้อมูล / รายงานผล และการนําผลไปใช้ขั้นที่ 8 คิดปัญหาที่จะทําวิจัยเพื่อพัฒนาในแง่มุมอื่นลักษณะสำคัญของการวิจัยเป็นการศึกษาค้นคว้าข้อเท็จจริงเป็นกระบวนการ/การกระทำที่เป็นระเบียบ มีขั้นตอน เป็นไปตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มีจุดมุ่งหมายแน่นอน เน้นต้องการรู้อะไร ต้องทำอะไรสิ่งที่ผู้สอนต้องคำนึงมาตรฐานคุณภาพการจัดการเรียนรู้ต้องใส่ใจผู้เรียนปัญหา/อุปสรรคการแก้ไขกิจกรรมการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้วิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ทดลองใช้นวัตกรรมการเรียนรู้เก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ผลการใช้นวัตกรรมไตรยางศ์การศึกษาประเภทของการวิจัย• การวิจัยเชิงสำรวจ • การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ • การวิจัยเชิงทดลอง • การศึกษารายกรณีจรรยาบรรณนักวิจัย และ แนวทางปฏิบัติการวิจัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจรรยาบรรณ คือ หลักความพฤติอันเหมาะสมแสดงคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพนักวิจัย คือ ผู้ที่ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อตอบประเด็นที่สงสัย โดยมีระเบียบวิธีอันเป็นที่ยอมรับจรรยาบรรณนักวิจัย หมายถึง หลักเกณฑ์ควรประพฤติของนักวิจัยทั่วไป เพื่อให้การดำเนินงานวิจัยตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสมแนวทางปฏิบัติสำหรับนักวิจัยมีทั้งหมด 9 ข้อข้อ 1 ซื่อสัตย์ข้อ 2 ตระหนักถึงพันธกรณีข้อ 3 มีพื้นฐานความรู้ข้อ 4 มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่วิจัยข้อ 5 เคารพศักดิ์ศรีและสิทธิข้อ 6 มีอิสระทางความคิด ข้อ 7 นําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบข้อ 8 รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและพร้อมปรับปรุงแก้ไข ข้อ 9 มีจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังสติปัญญาในการทำวิจัย หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา• มาตรา 24(5)ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ • มาตรา 30 ครูทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้คือ กระบวนการในการแสวงหาความรู้ นำมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีแบบแผน และมีความน่าเชื่อถือ
74